เรื่องทั้งหมดโดย admin

ผลงานดอกขจรลูกค้าสวนมีสุข

ผลงานการปลูกดอกขจรลูกค้าของสวนมีสุข

ขอบคุณเครดิตภาพถ่ายดอกขจรของลูกค้าทุกท่านด้วยนะคะ และอีกหลายเจ้าที่ทางสวนไม่ได้ลงภาพให้ต้องขออภัยทุกท่านด้วยค่ะ

ดอกขจร
ดอกขจร
14522863_1222039904483810_2414585210721290909_n
ดอกขจร
14517644_1222039727817161_5836596055930407782_n-1
ดอกขจร
14517564_1222039857817148_3164882893706616442_n
ดอกขจร
14484842_1222039661150501_7921105898080482447_n-1
ดอกขจร
14448956_1222039794483821_1720191448862874944_n
ดอกขจร
14432955_1222039821150485_5582924740624842697_n
ดอกขจร
13516273_1150149788339489_3411920690614953817_n
ดอกขจร
13512040_1150149828339485_25532663286574869_n
ดอกขจร
13516216_1150149715006163_4978107442851842470_n
ดอกขจร
13509071_1150149775006157_4645543407118011247_n
ดอกขจร
13509008_1150149888339479_4837301525713277756_n
ดอกขจร
13502092_1150149985006136_6143616829321401863_n
ดอกขจร
13495338_1150150041672797_4173041875645219508_n
ดอกขจร
13494948_1150150068339461_6968885876373945693_n
ดอกขจร
13445612_1150149858339482_2474230868621734757_n
ดอกขจร

12924425_1105556516132150_1584223158585130525_n
ดอกขจร

จำหน่ายเพกาเตี้ย ลิ้นฟ้าเตี้ย

จำหน่ายเพกาเตี้ย ลิ้นฟ้าเตี้ย

จำหน่ายเพกาเตี้ย
จำหน่ายเพกาเตี้ย
จำหน่ายเพกาเตี้ย
จำหน่ายเพกาเตี้ย
จำหน่ายเพกาเตี้ย
จำหน่ายเพกาเตี้ย
จำหน่ายเพกาเตี้ย
จำหน่ายเพกาเตี้ย

วิดีโอเพกาเตี้ย

 


เพกาเตี้ย สวนมีสุข

 

การปลูกเพกาเตี้ย
ระยะห่างในการปลูก 2 คูณ 2 เมตร ใน 1 ไร่จะใช้ต้นพันธุ์จำนวน 400 ต้น ขุดหลุมลึก 50 คูณ 50 เซนติเมตร เอาปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกผสมลงไปในหลุม จำนวนครึ่งกิโลกรัม เสร็จแล้วคลุกให้เข้ากับดินปลูก จากนั้นนำต้นพันธุ์ที่ผ่านการเพาะแล้ว อายุประมาณ 2 เดือน ลงหลุมปลูก กลบดิน รดน้ำ แต่อย่าให้แฉะจนเกินไป เพราะต้นเพกาไม่ค่อยชอบน้ำ หลังปลูก 15 วัน ใส่ปุ๋ยคอกโดยโรยรอบทรงพุ่ม ครบ 30 วัน ใส่อีกครั้งในอัตราเท่าเดิมดูแลรดน้ำตามปกติ ถ้าปลูกแบบต้นที่เพาะจากกิ่งชำ ประมาณ 4-5 เดือน จะเริ่มออกดอก แต่ถ้าปลูกแบบต้นที่เพาะด้วยเมล็ด ใช้เวลาประมาณ 8 เดือน จะเริ่มออกดอก หลังจากที่เพกาออกดอกประมาณ 20-30 วัน จะเริ่มติดฝัก ระยะเวลา 1 ปี สามารถเก็บ ฝักได้ประมาณ 2-3 รุ่น แล้วแต่ความสมบูรณ์ ของต้น

สำหรับราคาจำหน่ายที่สวน
ราคาต้นพันธุ์ ต้นละ 50 บาท สั่งมากกว่า 500 ต้นขึ้นไปมีส่วนลดให้เหลือ 45 บาท

การจัดส่ง
จัดส่งทางไปรษณีย์แบบอีเอมเอส แบบล้างราก คือเอาดินออกแล้วไปเพาะชำใหม่ ประมาณ 10 วันค่อยนำไปปลูก คิดราคาครั้งละ 100 บาท
จัดส่งทางไปรษณีย์แบบอีเอมเอส แบบมีดินติดไปด้วย คิดราคา 3 ถุง 100 บาท
จัดส่งบริษัท NTC โปรดศึกษารายละเอียด ค่าขนส่งไม่แพง และได้ต้นพันธุ์ติดรากไปด้วย
สนใจรายละเอียดโทร 085-7481048
www.facebook.com/suanmmesuk

การปลูกและดูแลรักษาชะอมไร้หนามและชะอมหนามน้อย

397558_824468444240960_3049949372940944134_n

10734278_824468364240968_1549483818695841778_nชะอมไร้หนามและชะอมหนามน้อย

ราคากิ่งพันธุ์

1. ชะอมไร้หนาม ราคากิ่งพันธุ์ละ 50 บาท ซื้อ 10 กิ่งแถม 1 กิ่ง ค่าขนส่ง 100 บาท

2. ชะอมหนามน้อย ค่ากิ่งพันธุ์ กิ่งละ 20 บาท ซื้อ 10 กิ่ง แถม 1 กิ่ง ค่าขนส่ง 100 บาท

วิธีการเพาะปลูก

1. เตรียมพื้นที่ปลูกโดยการไถพรวน ปรับพื้นที่ให้สม่ำเสมอ หลังจากนั้นขุดหลุมปลูกให้มีความกว้าง ยาวและลึกประมาณ 20 เซนติเมตร โดยทั่วไปชะอมไร้หนามสามารถปลูกได้กับดินทุกประเภท แต่หากเป็นดินเหนียว ในช่วงแรกควรทำให้ดินละเอียดก่อนเพื่อให้รากเดินได้สะดวกพอ ต้นเริ่มโตรากก็จะเดินได้ดี จะทำให้ต้นชะอมแข็งแรงขึ้นเอง

2. ผสมดินที่ขุดมาจากหลุมด้วยปุ๋ยคอกเก่า อัตรา 2 กำมือ และคลุกเคล้าปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ 16-16-16, 19-19-19 ฯลฯ ลงไปอัตรา 1 ช้อนแกง ระยะปลูกที่เหมาะสมคือ 1 คูณ 1  เมตร ซึ่งพื้นที่ 1 ไร่ จะปลุกต้นชะอมไร้หนามได้ประมาณ 1,600 ต้น

3. หลังจากที่ขุดหลุมปลูกและผสมปุ๋ยเสร็จเรียบร้อย นำกิ่งตอนชะอมไร้หนามที่เตรียมไว้แช่น้ำพอชุ่มแล้วแกะถุงพลาสติกที่หุ้มรากออก จากนั้นรองก้นหลุมด้วยฟูราดาน เพื่อป้องกันปลวก โดยใช้โรยที่ก้นหลุมเพียงเล็กน้อยไม่เกินครึ่งช้อนชาค่ะ (ไม่ควรใส่เยอะเกินไป) แล้วโรยดินกลบฟูราดานอีกเพียงเล็กน้อย

4. ปักกิ่งชะอมให้อยู่ส่วนกลางของหลุม หลบดินและอักแน่น รดน้ำให้ชุ่มอย่างสม่ำเสมอ ประมาณ 2 อาทิตย์ ก็จะเริ่มแตกยอด

ข้อแนะนำสำหรับการดูแลรักษายอดชะอมไร้หนาม

1. เมื่อกิ่งพันธุ์แตกยอดอ่อนๆ ในระยะแรกๆ ควรทำร่มเงา เพื่อบังแดดให้กับยอดอ่อน ให้ได้รับแสงแดดรำไร ไม่ควรให้ยอดอ่อนอยู่กลางแดดจัดโดยตรง เพราะอาจทำให้ยอดแห้งหรือเหี่ยวตายได้

2. เมื่อยอดอ่อนมีสีเหลืองให้สังเกตว่าอาจขาดสารอาหารหรือขาดน้ำค่ะ ให้ใส่ปุ๋ยยูเรียเพื่อเพิ่มสารอาหารให้กับต้นและหมั่นให้น้ำสม่ำเสมอเพื่อให้ชะอมได้รับสารอาหารและน้ำเพียงพอ

3. หากปลูกแล้วต้นชะอมมีดอก ให้ตัดดอกออกทันที เพราะจะทำให้ต้นไม่เจริญเติบโตหรือทำให้ชะอมมไม่แตกยอด

อุปกรณ์ที่ใช้ในการเก็บยอดชะอมมักใช้กรรไกรแทนการใช้มือเด็ด นอกจากจะทำให้สะดวกแล้ว ยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดรอยแผลอีกด้วย

เนื่องจากการปลูกชะอมไร้หนามจะต้องมีการเก็บยอดเป็นประจำ ระบบการให้น้ำจึงจำเป็นต้องมี เพื่อการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ ที่แปลงปลูกชะอมไร้หนามของที่สวนจะใช้ระบบน้ำแบบสปิงเกอร์ที่ยกสูงมาจากพื้นดินประมาณ 1.50 เมตร และการควบคุมทรงพุ่มของต้นชะอมไร้หนามก็เป็นอีกเรื่องที่มีความสำคัญ ควรหมั่นเล็มยอดเพื่อควบคุมทรงพุ่มต้นชะอมให้โตเป็นพุ่มสูงขึ้น เปรียบเหมือนการตัดแต่งทรงพุ่มต้นไม้นะคะ เพื่อความสะดวกในการเก็บเกี่ยวยอดและไม่ปวดหลังในขณะเก็บเกี่ยว โดยควบคุมให้ต้นชะอมมีความสูงเฉลี่ยประมาณ 1 เมตร

การบำรุงรักษาต้นชะอมไร้หนาม

พบว่ามีการระบาดของหนอนและด้วงกินใบชะอม ถ้าพบไม่มากจะใช้วิธีจับทำลาย แต่ถ้าพบมากและมีความจำเป็นที่จะต้องฉีดพ่นสารฆ่าแมลงจะเลือกใช้สารกำจัดแมลงที่ผลิตจากสมุนไพร ในแต่ละปีจะมีการฉีดสารฆ่าแมลงเพียงไม่กี่ครั้ง โดยหลังจากฉีดพ่นสารฆ่าแมลงไปจะต้องเว้นระยะของการเก็บยอดอย่างน้อย 10-15 วัน ในรอบปีจะมีการใส่ปุ๋ยคอกอย่างน้อย 1 ครั้งและจะมีการใส่ปุ๋ยยูเรีย (สูตร 46-0-0) อย่างน้อย 3 เดือน ต่อ 1 ครั้ง เพื่อช่วยบำรุงต้นชะอมไร้หนามให้มีความสมบูรณ์ขึ้น ในกรณีที่ต้นชะอมไร้หนามที่มีอายุมากและมีความสูงของต้นมาก แนะนำให้ตัดต้นเหลือเพียงตอเพื่อให้มีการแตกพุ่มใหม่เหมือนกับการทำสาวของต้นผลไม้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องรื้อถอนต้นทิ้งหรือปลูกใหม่

สวนมีสุข ดินแดนแห่งความสุข แหล่งรวมพันธุ์ไม้แปลกและพืชเศรษฐกิจ โทร 084-4101248

www.suanmeesuk.com

www.facebook.com/suanmeesuk

 

ข้าวโพดสายรุ้ง ข้าวโพดที่สวยที่สุดของสวนมีสุข

ข้าวโพดอัญมณีแก้ว ข้าวโพดที่สวยที่สุดในโลก งดงามแวววาวราวกับทำมาจากแก้วจริง ๆ จากฝีมือการพัฒนาสายพันธุ์โดยชนพื้นเมืองอเมริกัน อยากรู้ว่าต้นกำเนิด ข้าวโพดอัญมณีแก้ว มาจากไหน ไปดูกัน
10363628_862612177093253_1665500785788425202_n
จะเรียกว่าเป็นข้าวโพดสายพันธุ์ที่สวยที่สุดในโลกก็คงไม่ผิด สำหรับ ข้าวโพดอัญมณีแก้ว (Glass Gem Corn) ที่ไม่ว่าใครได้เห็นก็เป็นต้องทึ่งกับความงดงามราวกับอัญมณีของมัน จนนึกว่าเป็นข้าวโพดปลอมที่ทำขึ้นจากแก้วหลากสีที่แข่งกันส่องประกายแวววาว จนได้รับชื่ออีกอย่างหนึ่งว่าเป็น ข้าวโพดสายรุ้ง เลยทีเดียว แต่เชื่อหรือไม่ว่าข้าวโพดอัญมณีแก้วเหล่านี้เป็นข้าวโพดจริง ๆ แถมยังนำมาทานได้จริง ๆ ด้วย

10933941_862612097093261_5741990005643340110_n

สำหรับต้นกำเนิดของ ข้าวโพดอัญมณีแก้ว นั้นเริ่มขึ้นเมื่อ นายคาร์ล บาร์นส์ เกษตรกรชาวเชอโรคี ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองอเมริกัน จากรัฐโอคลาโฮมา สหรัฐฯ เริ่มสังเกตเห็นว่าบางครั้งข้าวโพดในไร่ของเขาจะมีสีของเมล็ดที่ดูต่างไปจากปกติ เขาจึงได้เริ่มอุทิศชีวิตเพื่อการพัฒนาสายพันธุ์ข้าวโพดขึ้น จนในที่สุดเขาก็ประสบความสำเร็จและสามารถเพาะพันธุ์ ข้าวโพดอัญมณีแก้ว ที่ไม่ว่าใครได้เห็นเป็นต้องชื่นชมในความงดงามราวกับงานศิลป์มากกว่าจะเป็นเพียงธัญพืชของมัน

จากนั้น ในปี 2553 ก่อนที่นายคาร์ลจะสิ้นใจ เขาได้ฝากข้าวโพดอัญมณีแก้วที่เขาเคยเก็บไว้แก่ นายเกรก สโคน นักเพาะพันธุ์ข้าวโพดเพื่อฝากภารกิจในการปกป้องสายพันธุ์ข้าวโพดอันงดงามที่เขาค้นพบไม่ให้สูญหายไป ซึ่งความหวังของนายคาร์ลก็เป็นจริง อีกทั้งข้าวโพดอัญมณีแก้วก็ยังได้รับการปรับปรุงสายพันธุ์จนมีสีสันที่ตางจากสายพันธุ์ดั้งเดิมออกมาหลากหลายสีด้วยกัน

สวนมีสุข ได้นำเมล็ดข้าวโพดสายอัญมณี หรือ ข้าวโพดสายรุ้งมาจากต่างประเทศ เพื่อนำมาลองเพาะพันธุ์ดู ว่าจะสามารถเพาะพันธุ์ในเมืองไทยได้หรือเปล่า ซึ่งจากการเพาะพันธุ์นั้นพบว่าเพาะค่อนข้างง่าย และเมล็ดพันธุ์ก็งอกเกือบทุกเมล็ด และสีที่ได้ของข้าวโพดสายรุ้งขึ้นอยู่กับการได้รับแสงของข้าวโพดด้วย โดยถ้าข้าวโพดได้รับแสงจัดสีก็จะเข้มไปด้วย แต่ถ้าได้รับแสงน้อยหรืออยู่ในร่มของต้นไม้อื่น สีก็จะซีดๆ

การเพาะเมล็ดข้าวโพดสายรุ้ง 

โดยการนำเมล็ดพันธุ์ที่ได้ (ซึ่งไม่ควรเก็บไว้นานเกินไปจะทำให้อัตราการงอกไม่ดี) มาแช่ในน้ำอุ่นแล้วเอาผ้ามาคลุมไว้ แล้วพรมด้วยน้ำให้พอชุ่ม ๆ ซักประมาณ 2-3 วันก็จะเริ่มเกิดราก เสร็จแล้วจึงนำเมล็ดที่เริ่มเกิดรากมาเพาะชำในถุงสีดำก่อน ให้ต้นเจริญเติบโตดีประมาณซัก 2 อาทิตย์จึงย้ายมาปลูกในแปลง ที่สวนมีสุขจะเลือกมาปลูกในแปลงกล้วย เพราะเป็นการประหยัดพื้นที่ไปด้วย จากการปลูกพบว่าอัตราการเจริญเติบโตดีเหมือนข้าวโพดทั่วไป แต่ลำต้นจะไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่ จึงจำเป็นต้องนำไม้มาค้ำไว้เพื่อป้องกันการโค่นล้มของลำต้น

ระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 1 เมตร ปุ๋ยที่ใช้เป็นสูตร 15-15-15 และรดน้ำวันละครั้ง ข้าวโพดค่อนข้างจะขาดน้ำไม่ได้ ถ้าขาดน้ำเมล็ดจะลีบ ไม่เต่งตึงเท่าที่ควร ปลูกประมาณ 2 เดือนกว่าฝักข้าวโพดก็จะเริ่มแก่  และสามารถแกะฝักออกมาได้ ส่วนรสชาดก็ไม่ค่อยอร่อยสู้ข้าวโพดในเมืองไทยเท่าไหร่ จะเน้นปลูกเพื่อความสวยงามมากกว่า ฝักที่แกะออกมาจากต้นใหม่ๆ จะมีสีสรรที่สวยงามมาก แต่เมื่อทิ้งไว้ประมาณซัก 1 อาทิตย์สีก็จะค่อยๆซีดไป 

11014879_890097367678067_8430470811275987549_n 11008560_892309634123507_9215578023830942470_n

ใครที่สนใจดูต้นข้าวโพดจริงๆ ก็แวะมาดูที่สวนมีสุขได้ครับ หรือติดต่อสั่งซื้อเมล็ดพันธุ์ก็ได้ โดยจะจำหน่ายชุดละ 100 บาท มีจำนวน 10 เมล็ด ค่าจัดส่งฟรี สอบถามเพิ่มเติมโทร 084-4101248 หรือจะไปสั่งซื้อในเพจสวนมีสุขในกล่องข้อความก็ได้ www.facebook.com/suanmeesuk

บัญชีโอนเงินดูได้ ในนี้ เลยครับ

วิดีโอ ข้าวโพดสวนมีสุข

ดอกขจร ดอกสลิด

เหตุผล? ทำไมต้องเลือกต้นพันธุ์ดอกขจรสวนมีสุข

ดอกขจร ดอกสลิด
เพราะเราสวนมีสุข
1. เป็นสวนที่เกี่ยวกับดอกขจรโดยตรง และมีประสบการณ์ในการปลูกดอกขจรมาเกือบ 10 ปี ทำให้รู้ปัญหาและวิธีการปลูกดอกขจรที่เหมาะสม สามารถให้คำแนะนำกับผู้ซื้อได้อย่างหมดข้อสงสัย ดอกขจรที่ได้มีดอกที่ใหญ่และดอกดก
2. มีการปรับปรุงสายพันธุ์ดอกขจรทุกปี ทำให้ได้ดอกขจรที่ดอกใหญ่และดกมากขึ้น โดยเราจะเลือกกิ่งพันธุ์ที่ดอกดกและปลอดโรคในการเป็นกิ่งพันธุ์  จึงมั่นใจได้ว่าสวนของเรารับผิดชอบต่อดอกขจรทุกต้น
3. รับประกันต้นพันธุ์ทุกต้นเป็นระยะเวลา 1 เดือน ถ้าท่านปฏิบัติตามคำแนะทางสวนแล้วแต่ต้นพันธุ์ยังตาย ทางเราจะส่งต้นพันธุ์ให้ฟรีไม่คิดมูลค่าใด ๆ ทั้งสิ้น
4. ต้นพันธุ์ทุกต้นปลอดภัยจากโรคใบหงิก ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ผลผลิตดอกขจรลดลง
5. สวนมีสุข จะเน้นการใช้เกษตรอินทรีย์เป็นหลัก จึงมั่นใจว่าปลอดภัยจากสารเคมีทุกรูปแบบ
ดอกขจรดอกสลิด
ภาพ แมลงกำลังดูดน้ำหวานดอกขจร
6. บริการจัดส่งทั่วประเทศ ส่งไปรษณีย์แบบ EMS ประมาณ 1 – 2 วันถึง ท่านจึงมั่นใจว่าต้นพันธุ์จะปลอดภัย
7. บริการรับซื้อดอกขจรคืนในราคา กิโลกรัมละ 80 – 90 บาท โดยท่านต้องซื้อต้นพันธุ์จากสวนมีสุขเท่านั้น
8. ทางสวนมีสุข ยินดีให้คำปรึกษาแก่เกษตรที่ปลูกดอกขจรทุกท่าน และเป็นแหล่งดูงานของเกษตรกรและผู้สนใจทั่วไป
ดอกขจร
ดอกขจร ดอกสลิด
ดอกขจร ดอกสลิด
ดอกขจร ดอกสลิดดอกขจร ดอกสลิดดอกขจร ดอกสลิดดอกขจร ดอกสลิดดอกขจร ดอกสลิดดอกขจร ดอกสลิด
ที่มา สวนมีสุข
www.suanmeesuk.com
โทร 084-4101248
ขอสงวนลิขสิทธิ์เกี่ยวกับรูปภาพ ถ้าท่านต้องการรูปภาพไปใช้ประโยชน์หรือไปอ้างอิง กรุณาติดต่อ 080-7611837

การมัดยอดดอกขจร

วิธีการจัดการมัดเครือดอกขจรเข้ากับค้าง

เครือดอกขจร

ธรรมชาติของดอกขจรซึ่งเป็นไม้เลื้อย ต้องการวัสดุยึดเกาะเพื่อพยุงกิ่ง อ่านเพิ่มเติม วิธีการจัดการมัดเครือดอกขจรเข้ากับค้าง

ซุ้มไม้เลื่อย

รูปแบบของค้างต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตดอกขจร

การศึกษารูปแบบของค้างต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของดอกขจร อ่านเพิ่มเติม รูปแบบของค้างต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตดอกขจร

ดูเกษตรปลอดสารพิษขอนแก่น

ส่งดอกขจรขอนแก่น

วันนี้ทางสวนมีสุขมีโอกาสไปส่งดอกขจรที่ขอนแก่น และแวะไปดูเกษตรปลอดสารพิษที่สวนใน อำเภอซำสูง โดยแปลงเกษตรที่นี้จะใช้ผ้าคลุมป้องกัน อ่านเพิ่มเติม ส่งดอกขจรขอนแก่น

ต้นมะละกอในแปลงดอกขจร

ปลูกพืชเสริมแปลงดอกขจร

วันนี้สวนมีสุขมีพืชมาแนะนำสำหรับปลูกบริเวณพื้นทีแปลงดอกขจร
ปกติแล้วดอกขจรหลังจากปลูกจะเริ่มเกิดดอกประมาณ 3 เดือน อ่านเพิ่มเติม ปลูกพืชเสริมแปลงดอกขจร

ผัดดอกขจรน้ำมันหอย

เมนูดอกขจร

ดอกขจรนอกจากเป็นยาแล้วยังสามารถนำมาทำอาหารได้หลายเมนูมาก นอกจากนี้ยังมีรสชาดที่หวานและอร่อย ถูกปากสำหรับนักชิมมาก อ่านเพิ่มเติม เมนูดอกขจร

สะเดา

สูตรสมุนไพรกำจัดแมลงของดอกขจร

เครือดอกขจร
ดอกขจรไม่ค่อยมีศัตรูมากนัก ยกเว้นช่วงอากาศร้อนจะศัตรูพืชมาลงที่แปลงดอกขจรได้บ้าง ฉนั้นการป้องกันไม่ให้เกิดโรคกับดอกขจร อ่านเพิ่มเติม สูตรสมุนไพรกำจัดแมลงของดอกขจร

ภาพจำหน่ายต้นกล้าดอกขจร

จำหน่ายดอกขจร

ภาพจำหน่ายต้นกล้าดอกขจร
จำหน่ายดอกขจรของสวนมีสุข

 

ส่งดอกขจร
ส่งดอกขจร

วันนี้เกษตรกรต่างจังหวัดสองท่านมารับต้นกล้าดอกขจรที่สวนมีสุขจำนวนทั้งหมด 2,000 ต้น อ่านเพิ่มเติม จำหน่ายดอกขจร

สวนมีสุข

สวนมีสุขลงวารสารผักเศรษฐกิจ

สวนมีสุข
สวนมีสุข

 

สวนมีสุข
สวนมีสุข

วารสารผักเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นวารสารเกี่ยวกับพืชและผักเศรษฐกิจ ได้มีโอกาสมาสัมภาษณ์สวนมีสุข ซึ่งนับว่าเป็นความภาคภูมิใจของสวนมีสุข อ่านเพิ่มเติม สวนมีสุขลงวารสารผักเศรษฐกิจ

ส่งดอกขจร

บริการส่งดอกขจร

ส่งดอกขจร
สำหรับเกษตรท่านใดที่ต้องการดอกขจร แต่ไม่มีรถมารับดอกขจรก็แจ้งได้ ทางสวนมีรถรับส่งดอกขจรไปให้ถึงบ้านเลยนะครับ อ่านเพิ่มเติม บริการส่งดอกขจร

ภาพค้างดอกขจร

รับจ้างปลูกดอกขจร

ดอกขจร
วิธีเตรียมหลุมปลูกดอกขจร

ดอกขจร ในการปลูก 1 ไร่ จะใช้ต้นพันธุ์ทั้งหมด 400 ต้น โดยใช้ระยะห่างในการปลูก 4 คูณ 4 เมตร อ่านเพิ่มเติม รับจ้างปลูกดอกขจร

ดอกขจร ดอกสลิด

การปลูกดอกขจรให้ดก

ดอกขจร

การปลูกดอกขจรให้ดกนั้น มีวิธีการดังนี้

1. จำเป็นต้องเลือกชนิดพันธุ์ดอกขจรที่จะปลูกให้เหมาะสม ซึ่งขจรพันธุ์ดอกนั้นจะให้ดอกที่ดกและดอกใหญ่ อ่านเพิ่มเติม การปลูกดอกขจรให้ดก

สวนมีสุข

ส่วนผสมของดินที่ใช้เพาะพันธุ์ดอกขจร

สวนมีสุข
การขยายพันธุ์และเตรียมถุงเพาะพันธุ์ดอกขจร

ส่วนผสมของดินที่ใช้ในการเพาะพันธุ์ดอกขจร จะประกอบไปด้วยดินร่วมซุย 3 ส่วน อ่านเพิ่มเติม ส่วนผสมของดินที่ใช้เพาะพันธุ์ดอกขจร

เพลี้ยไฟ

ศัตรูของดอกขจร

สวนมีสุข
ศัตรูพืชดอกขจร
เพลี้ยไฟ
เพลี้ยไฟ

ศัตรูพืชดอกขจรส่วนมากพบได้น้อย แต่อาจจะมีพบได้บ้าง เช่น อ่านเพิ่มเติม ศัตรูของดอกขจร

ดอกขจร

ผลผลิตดอกขจร

ผลผลิต
ผลผลิตดอกขจรสวนมีสุข

ภาพ ผลผลิตดอกขจร
เกษตรกรหลายคนอาจจะสงสัยว่าปลูกดอกขจรได้ผลผลิตเยอะเท่าไหร่กันแน่? อ่านเพิ่มเติม ผลผลิตดอกขจร

ภาพค้างดอกขจร

การทำค้างดอกขจร

ค้างดอกขจรทำมาจากไม้ไผ่โดยนำมาผ่าเป็นซีก ด้านกว้างยาวประมาณ 1 เมตร ด้านยาวประมาณ 2 เมตร อ่านเพิ่มเติม การทำค้างดอกขจร

ภาพดอกขจร

ชนิดของพันธุ์ดอกขจร

ดอกขจรที่อยู่ในประเทศไทย มีด้วยกัน 2 ชนิด คือ ขจรพันธุ์พื้นเมืองและขจรพันธุ์ดอก ซึ่งดอกขจรพันธุ์ได้มาจากการปรับปรุงสายพันธุ์ อ่านเพิ่มเติม ชนิดของพันธุ์ดอกขจร

เพาะชำดอกขจร

การเพาะชำดอกขจร

เพาะชำดอกขจร
วิธีการตัดกิ่งเพาะชำดอกขจร

 

ภาพการตัดเถาดอกขจร

เถาดอกขจรที่เหมาะแก่การนำมาปลูก ควรจะมีอายุมากกว่า 1 ปีขึ้นไป อ่านเพิ่มเติม การเพาะชำดอกขจร

ดอกขจร

การเตรียมพื้นที่ปลูกดอกขจร

ภาพการเตรียมพื้นที่ปลูกดอกขจร
การเตรียมพื้นที่ปลูกดอกขจร

ภาพการเตรียมพื้นดินเพื่อเตรียมปลูกดอกขจร

สำหรับการเตรียมพื้นที่ปลูกดอกขจรนั้น ควรตรวจสภาพดินก่อน อ่านเพิ่มเติม การเตรียมพื้นที่ปลูกดอกขจร

ภาพการดูงานสวนมีสุข

การดูงานที่สวนมีสุข

ภาพการดูงานสวนมีสุข
เกษตรกรมาดูงานที่สวนมีสุข

ภาพ ดูงานและสั่งซื้อต้นกล้าดอกขจรที่สวนมีสุข
สำหรับเกษตรกรหรือหน่วยงานท่านใดที่สนใจอยากหาข้อมูล อ่านเพิ่มเติม การดูงานที่สวนมีสุข

ระบบน้ำดอกขจร

ระบบการให้น้ำดอกขจร

สวนมีสุข
การเตรียมระบบน้ำให้ดอกขจร

ภาพ ระบบการให้น้ำดอกขจร
ถึงแม้ขจรจะไม่ชอบน้ำมาก แต่ก็ไม่ควรให้ขาดน้ำเลยเพราะจะทำให้ดอกขจรที่เกิดมาไม่ดก อ่านเพิ่มเติม ระบบการให้น้ำดอกขจร

สวนมีสุข

การปลูกดอกขจร

ต้นขจร ที่ปลูกในสวนมีสุข
ต้นดอกขจร

ภาพต้นพันธุ์ดอกขจร
หลายคนอาจจะรู้จักดอกขจรหรือดอกขจร เพราะหลายพื้นที่นิยมนำมาทำอาหารบริโภคทั้งแบบสดและลวกให้สุก อ่านเพิ่มเติม การปลูกดอกขจร